Skip to content
A LITTLE SLOWER. A LITTLE GREENER. พื้นที่เล็ก ๆ ของคนรักมัตจะ
← Matcha Journal

ประวัติความเป็นมาของมัตจะ

1. จุดเริ่มต้นในประเทศจีน (ราชวงศ์ถัง ถึง ราชวงศ์ซ่ง)

  • กำเนิดในจีน: มัทฉะมีต้นกำเนิดจากประเทศจีนย้อนกลับไปราว 2,700 ปีก่อนคริสตกาล ในสมัยจักรพรรดิเสินนง ซึ่งค้นพบจากการต้มน้ำและมีใบชาตกลงไป [1, 2]
  • ยุคอัดเป็นก้อน: ในสมัยราชวงศ์ถัง (ค.ศ. 618–907) มีการนำใบชามานึ่งแล้วอัดเป็นก้อนแข็งเพื่อให้เก็บรักษาและขนส่งได้ง่าย เวลาจะดื่มต้องนำมาทุบให้แตกแล้วต้มลงในน้ำเดือด พร้อมเติมเกลือหรือเครื่องเทศลงไป
  • ยุคตีเป็นผง: เข้าสู่สมัยราชวงศ์ซ่ง (ค.ศ. 960–1279) ชาวจีนเริ่มเปลี่ยนวิธีมาบดใบชาแห้งให้เป็นผงละเอียด แล้วใช้ไม้ไผ่ตีลงไปในน้ำร้อนจนเกิดเป็นฟอง ซึ่งถือเป็นต้นแบบที่แท้จริงของมัทฉะในปัจจุบัน [1]

2. การเดินทางสู่ประเทศญี่ปุ่น (ยุคเฮอัน ถึง ยุคคามะกุระ)

  • ยุคแรกเริ่ม (ศตวรรษที่ 9 – ยุคเฮอัน): พระสงฆ์ญี่ปุ่น เช่น หลวงปู่คูไค (Kukai) และหลวงปู่ไซโจ (Saicho) ที่เดินทางไปศึกษาพระพุทธศาสนาในจีน ได้นำเมล็ดชาและวัฒนธรรมการดื่มชาเข้ามาในญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก โดยช่วงแรกจำกัดอยู่แค่ในหมู่ชนชั้นสูงและพระสงฆ์ [1, 2, 3]
  • การปฏิวัติวงการชา (ปลายศตวรรษที่ 12 – ยุคคามะกุระ): พระเซนชื่อ เอไซ (Eisai) ได้เดินทางกลับจากจีน พร้อมนำเมล็ดชาสายพันธุ์ดีและกรรมวิธีการบดชาเป็นผงแบบเซนกลับมาด้วย ท่านได้เขียนตำรา Kissa Yojoki (บันทึกการดื่มชาเพื่อสุขภาพ) และนำชาไปปลูกแถวเกียวโตและเมืองอุจิ (Uji) ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีภูมิอากาศเหมาะสมที่สุดในการปลูกชาเขียวของญี่ปุ่นจนถึงปัจจุบัน [1, 2]

3. การพัฒนาสู่พิธีชงชาและวัฒนธรรมซามูไร (ยุคเซ็นโกคุ และยุคเอโดะ)

  • ยุคเซ็นโกคุและมูโรมาจิ: มัทฉะกลายเป็นเครื่องดื่มของชนชั้นสูงและเหล่าซามูไร มีการใช้ในพิธีกรรมทางศาสนาและการรักษาโรค (เช่น ช่วยแก้ อาการเมาค้างของโชกุน มินาโมโตะ ซาเนโตโมะ) [1]
  • เซ็นโนะ ริคิว (Sen no Rikyu): ในศตวรรษที่ 16 ปรมาจารย์ชาชื่อดัง เซ็นโนะ ริคิว ได้ยกระดับการชงมัทฉะให้กลายเป็น “ซาโด” (Sado) หรือพิธีชงชาญี่ปุ่น โดยวางรากฐานบนหลักคิด วะ-เค-เซ-จาคุ (ความกลมเกียรติ, ความเคารพ, ความบริสุทธิ์, ความสงบ) และแนวคิดแบบวาบิ-ซาบิ (ความเรียบง่ายตามธรรมชาติ) [1, 2]
  • ยุคเอโดะ: วัฒนธรรมการดื่มมัทฉะเริ่มแพร่หลายลงมาสู่สามัญชนมากขึ้น แม้ว่ามัทฉะเกรดสูงจะยังคงสงวนไว้สำหรับชนชั้นสูงและซามูไร [1]

4. สู่ยุคปัจจุบันและการเป็น Soft Power โลก

  • ในช่วงศตวรรษที่ 20 มัทฉะถูกพัฒนาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น ไอศกรีมมัทฉะในเกียวโตช่วงปี 1930s-1950s ก่อนจะโด่งดังไปทั่วโลกในช่วงปลายปี 1990s [1]
  • ปัจจุบัน มัทฉะไม่เพียงแต่เป็นเครื่องดื่มในพิธีกรรมดั้งเดิมเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นกระแสและ Soft Power ที่สำคัญของญี่ปุ่น ซึ่งมีการแบ่งเกรดชัดเจน เช่น Ceremonial Grade สำหรับชงดื่มแบบดั้งเดิม และ Culinary Gradeสำหรับทำขนมหรือเครื่องดื่มผสม [1, 2, 3, 4]